smileytour.com

รายการสินค้า

ทัวร์โครเอเชีย Delight Croatia 8 Days -EK (HFS09-1004)


(HFS09-1004) ทัวร์โครเอเชีย Delight Croatia 8 Days -EK

 

ซาดาร์–มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซียสปลิต–โบสถ์เซนต์แมรี่สปลิต พระราชวังดิโอคลีเชียน มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุสดูบรอฟนิก–เมืองเก่าดูบรอฟนิก–พระราชวังสปอนซาน้ำพุโอโนฟริโอ – นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd – ซิเบนิก – จัตุรัสเมืองเก่ามหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์-โวดิเซ่– พลิตวิเซ่–อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่–ซาเกร็บ-มหาวิหารซาเกรบ-สะพานสีเลือด

More details


59,900 ฿

SHFS


ทัวร์โครเอเชีย Delight Croatia 8 Days -EK (รหัสทัวร์ HFS09)

 

กำหนดการเดินทางทัวร์แกรนด์โครเอเชีย 2561

ปีใหม่             26ธ.ค.-02ม.ค., 28ธ.ค.-04ม.ค.        59,900.-

 

กำหนดการเดินทางทัวร์แกรนด์โครเอเชีย 2562

สงกรานต์       10 - 17 เม.ย.                                    59,900.-


วันแรก           สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ

22.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) พบเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก


วันที่สอง         ดูไบ - ซาเกร็บ – ซาดาร์

01.15 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

04.45 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

08.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK129 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

12.20 น. เดินทางถึง ซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วออกเดินทางไปยัง ซาดาร์ (Zadar) โดยรถโค้ช

เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Hotel Kolovare หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่สาม        ซาดาร์ – สปลิต – ดูบรอฟนิก

เช้า  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เที่ยวชมเมือง ซาดาร์ (Zadar) หนึ่งในเมืองโบราณของสโลวีเนีย อยู่ติดกับทะเลเอเดรียติก โดยรอบตัวเมืองเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน ไม่ว่าจะเป็นโรมันฟอรัม วิหาร โบสถ์ต่างๆ และคณะเราก็ไม่พลาดไปเที่ยวชมในตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia’s Cathedral) หรืออีกชื่อคือ มหาวิหารแห่งซาดาร์ (Zadar Cathedral) โบสถ์โบราณสีขาวที่สวยสง่าด้วยศิลปะสไตล์โรมัน โบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-13 และเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ แล้วแวะไปถ่ายรูปกับอีกหนึ่งโบสถ์เด่นที่อยู่ใกล้ๆ กันเลยก็คือ โบสถ์เซนต์แมรี่ (St. Mary’s Church) แม้จะเป็นอาคารที่ดูจะเรียบๆ เมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ แต่โบสถ์เซนต์แมรี่นั้นล้ำค่าในด้านของประวัติศาสตร์ ด้วยอายุที่มากกว่า 900 ปี และที่ด้านในโบสถ์นั้นก็ได้ตกแต่งด้วยสไตล์บารอกที่งดงามไม่แพ้โบสถ์อื่นๆ เลย ออกเดินทางสู่ สปลิต (Split) ด้วยรถโค้ช

เที่ยง   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

เดินเล่นและแวะถ่ายรูปกับวิวสวยๆ ของเมือง สปลิต เมืองใหญ่อันดับ 2 ของโครเอเชีย อีกหนึ่งเมืองริมทะเลที่ร่ำรวยด้วยวิวสวยๆ ด้วยความเก่าแก่ของเมืองและศูนย์กลางวัฒนธรรมมาตั้งแต่โบราณนั้น ทำให้เมืองสปลิตได้ขึ้นเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่สำคัญในปี 1979 จุดเช็คอินแวะถ่ายรูปสวยๆ ของกรุ๊ปเราในครั้งนี้คือ พระราชวังดิโอคลีเชียน (Diocletian Palace) พระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของจักรพรรดิโรมัน ดิโอคลีเชียน ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นพระราชวังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ริมทะเล เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโรมันที่ยังคงสภาพไว้ได้ดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มหาวิหารเซนต์ดอมนิอุส (Cathedral of Saint Domnius) โดดเด่นด้วยหอระฆังสีขาวที่สูงเด่นที่สุดในเมืองสปลิตแห่งนี้ โบสถ์สวยอายุกว่า 1600 ปีแห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ของศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มุ่งหน้าสู่เมือง ดูบรอฟนิก (Dubrovnik)

เย็น  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik หรือระดับเดียวกัน


วันที่สี่            ดูบรอฟนิก – เมืองเก่าดูบรอฟนิก – Srd Hill

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เมืองดูบรอฟนิก เมืองศูนย์กลางการท่าโบราณ ที่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของโครเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองสวยมากเสน่ห์และวิวทะเล เข้าชม ย่านเมืองเก่า ที่น่าดึงดูดด้วยความงามที่มีมาตั้งแต่โบราณของเมือง แถมด้วยการได้การันตีเป็นมรดกโลกแล้วทำให้เมืองดูบรอฟนิกไม่ควรพลาดเลยเมื่อมาเที่ยวโครเอเชีย ภายในบริเวณเมืองเก่านั้นมีไฮไลท์มากมายที่เราก็ไม่พลาดชม ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง
สปอนซา (Sponza Palace)
พระราชวังเก่าอายุกว่า 500 ปี ผสมผสานระหว่างศิลปะสไตล์โกธิคและเรเนสซองส์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ทางราชการ เก็บรักษาเอกสารเก่าแก่กว่า 100,000 ชิ้น และที่ตั้งอยู่ติดกันก็คืออีก พระราชวังเรคเตอร์ (Rector’s Palace) เป็นพระราชวังที่สมัยก่อนเป็นที่อยู่ของขุนนางและเป็นเหมือนศาลาว่าการ ทั้งยังเป็นคลังอาวุธ และคุก พระราชวังนี้มีการผสมผสานศิลปะจากหลายยุคหลายสมัยแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวและสวยงาม และแวะไปอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมือง น้ำพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Fountain) น้ำพุขนาดใหญ่กลางเมืองที่ได้สร้างขึ้นเมือปี 1430 เพื่อเป็นหนึ่งในจุดกระจายน้ำจากท่อส่งน้ำของเมือง
นั่งกระเช้าสู่ Hill Srd เนินเขาเหนือเมืองดูบรอฟนิกที่เราจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองแบบเต็มที่จากมุมสูง ทิวทัศน์ของหลังคาอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่เป็นอิฐสีส้มกับตัวอาคารสีขาวนั้นตัดกับน้ำทะเลสีคราม เป็นภาพวิวที่น่าประทับใจมากที่สุดภาพหนึ่งเลย

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

แล้วก็ได้เวลาที่หลายๆ คนรอคอย อิสระช้อปปิ้ง ที่สามารถเดินช้อปปิ้งได้อย่างจุใจไปกับร้านค้ามากมายตามซอกซอยมากมายของเมือง

เย็น  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านกลับสู่ที่พัก Valamar Lacroma Dubrovnik  หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่ห้า          ดูบรอฟนิก – ซิเบนิก – โวดิเซ่ – พลิตวิเซ่

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางจากเมืองดูบรอฟนิกไปยังจุดหมายถัดไป ซิเบนิก (Sibenik) เมืองโบราณริมทะเลมากประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองของชาวโครเอเชียริมฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุด พร้อมด้วยบรรยากาศริมทะเลชิลล์ๆ แสนเชิญชวน ภายในเมืองที่ตั้งของมรดกโลก นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณ จัตุรัสเมืองเก่า ศูนย์กลางย่านเมืองเก่าที่รายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่ และมากมายไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร แต่ก็ยังได้บรรยากาศของย่านเมืองเก่าอย่างครบถ้วน มหาวิหารแห่งเซนต์เจมส์ (Cathedral of Saint James) ตัวอาคารสีขาวหลังใหญ่นี้ได้ถูกสร้างขึ้นจากหินปูนทั้งหลัง แล้วออกแบบอย่างดีในสไตล์เรอเนสซองส์และโกธิค โดดเด่นด้วยโดมสีขาวและรูปปั้นที่ตกแต่งอยู่โดยรอบตัวโบสถ์

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

มุ่งหน้าสู่ โวดิเซ่ (Vodice) เมืองเล็กๆ ที่แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็เก่าแก่และมากด้วยทัศนียภาพสวยๆ ไม่แพ้เมืองริมทะเลอื่นๆ เลย เมืองโวดิเซ่นั้นสามารถย้อนประวัติศาสตร์ไปได้ถึงช่วงยุคโรมัน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของเวนิสช่วงปี 1412-1797 นั่งรถโค้ชเดินทางสู่เมืองพลิตวิเซ่

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Jezero Plitvice  หรือระดับเดียวกัน


วันที่หก         พลิตวิเซ่ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาเกร็บ

เช้า   รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เข้าชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (Plitvice Lakes National Park) อุทยานแห่งชาติแสนงดงามของประเทศโครเอเชีย ยังเป็นหนึ่งในอุทยานที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของโครเอเชียด้วยพื้นที่กว้างถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังและสวยงามด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และทะเลสาบที่อยู่โดยรอบ ปัจจุบันมีทะเลสาบรวมแล้วถึง 16 แห่งกระจายอยู่โดยรอบอุทยาน นอกจากนี้อุทยานพลิตวิเซ่ยังเป็นที่เลื่องชื่อลือชาว่าทัศนียภาพสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยสีสันอันสดใสของใบไม้ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง เหลือง และโดยเฉพาะเมื่อสะท้อนลงบนผิวทะเลสาบแล้วยิ่งงดงามอย่างที่สุด อุทยานพลิตวิเซ่ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่สำคัญในปี 1979 และถือเป็นเขตอนุรักษ์ที่สำคัญยิ่งของโครเอเชีย นั่ง รถไฟสายชมวิว เพื่อให้สามารถชมทัศนียภาพภายในอุทยานได้อย่างเต็มที่ แล้วนำท่าน ล่องเรือ เพื่อชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบกว้าง Jezero Kozjak ทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในอุทยานพลิตวิเซ่

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ (Zagreb) ที่มีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันก่อนจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโครเอเชีย ด้วยเสน่ห์ที่มากล้น มุ่งหน้าสู่จัตุรัสดังในเขตเมืองเก่าที่ต้องไปพลาดไปเยี่ยมเยือนก็คือ จัตุรัสเจลาซิค (Jelacic Square) ศูนย์กลางเมืองเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จุดเด่นของจัตุรัสแห่งนี้ก็คือรูปปั้นของโจเซฟ เจลาซิค ที่นั่งอยู่บนหลังม้า หนึ่งในบุคคลสำคัญของโครเอเชีย ในเขตเมืองเก่านี้เองที่เราจะได้เห็นโบสถ์ประจำเมือง มหาวิหารซาเกรบ (Zagreb Cathedral) หนึ่งในแลนด์มาร์กของเมือง สูงเด่นด้วยหอคอยที่สูงถึง 108 เมตร จัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดของโครเอเชียเลยทีเดียว ตัววิหารสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 13 ในสไตล์นีโอโกธิค งดงามและประณีตไม่แพ้มหาวิหารที่ไหน

เย็น   รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Aristos หรือระดับเดียวกัน

 

วันที่เจ็ด        ซาเกร็บ – ดูไบ – กรุงเทพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวชมภายในเมืองซาเกรบ มุ่งหน้าสู่ สะพานสีเลือด (Bloody Bridge) แม้จะเรียกว่าสะพานแต่จริงๆ สถานที่แห่งนี้คือถนนสายหนึ่ง ที่เมื่อสมัยก่อนเคยเป็นสะพานแต่เมื่อได้ทำการถมที่หมดแล้วจึงได้เปลี่ยนเป็นเส้นทางถนนแทน แต่ก็ยังคงชื่อว่า สะพานสีเลือด เอาไว้อยู่ ถนนสายสั้นๆ ที่ขนาบข้างด้วยอาคารสไตล์โครเอเชียแห่งนี้จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ให้เดินชมและเลือกซื้อได้ อาคารรัฐสภา (Parliament Building) จากสะพานสีเลือดเดินมาไม่ไกลก็จะได้เจอกับศูนย์กลางการปกครองของโครเอเชีย ด้วยอาคารที่สวยแบบเรียบง่ายแต่สง่างาม ประดับด้วยธงชาติทำให้มองเห็นได้ไม่ยาก เป็นอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค (St. Mark’s Square) ที่นอกจากเป็นจุดนัดพบและท่องเที่ยวสุดฮิตแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ที่แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่หรูหราเหมือนโบสถ์ใหญ่ทั้งหลาย แต่โบสถ์เซนต์มาร์คแห่งนี้ก็งดงามและโดดเด่นด้วยหลังคาที่มุงด้วยโมเสกสัสันสวยงามพร้อมด้วยลวดลายของตราสัญลักษณ์ของเมือง Lotrščak Tower ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เราไม่พลาด หอคอยของป้อมปราการโบราณแห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปี เป็นป้อมที่คอยดูแลประตูทางด้านทิศใต้ของเมืองเก่า ภายในมีปืนใหญ่ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุด โดยจะยิงทุกๆ เวลาเที่ยงวันของทุกวันเป็นสัญญาณแทนระฆัง

เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย

15.35 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK130 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

23.05 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง

 

วันที่แปด        ดูไบ – กรุงเทพฯ

02.50 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK384

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

12.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ

 

อัตราทัวร์แกรนด์โครเอเชีย นี้รวม

✓ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)

✓ ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น

✓ ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ

✓ ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ

✓ ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ

✓ ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

✓ ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

 

อัตราทัวร์แกรนด์โครเอเชีย นี้ไม่รวม

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ (เฉพาะในกรณีกรุ๊ปเหมาหรือตัดกรุ๊ปเท่านั้น)

ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก

ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน

ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน (100 * 6 วัน)

 

 

p101218

zmzu4z.jpg

 




Template By Gift-TH.Com