smileytour.com

รายการสินค้า

ทัวร์สแกนดิเนเวีย เดนมาร์ก-นอร์เวย์-สวีเดน 8 วัน -TG (GZSARN02-2812)


(GZSARN02-2812) ทัวร์สแกนดิเนเวีย  เดนมาร์ก-นอร์เวย์-สวีเดน 8 วัน -

สต็อคโฮล์-สวีเดน-โอเปร่าเฮ้าส์-พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์-ย่านเมืองเก่ากัมลาสแตน-โบสถ์ใหญ่ของเมืองคาร์ลสตัด-เมืองออสโล นอร์เวย์ลานกระโดดสกี-ถนนคาร์ลโยฮันน์-พระราชวังหลวง-เมืองดรัมเมน-พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง-ล่องเรือสำราญ DFDS โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก-น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน-รูปปั้นลิตเติ้ลเมอร์เมด-พระราชวังอมาเลียนบอร์ก

More details


62,888 ฿

SGZS


ทัวร์สแกนดิเนเวีย  เดนมาร์ก-นอร์เวย์-สวีเดน 8 วัน -TG (รหัสทัวร์ GZSARN02-2812)

 

กำหนดการเดินทางทัวร์สแกนดิเนเวีย 2561

สิงหาคม         11-18                         63,888.-

กันยายน        21-28                         63,888.-

ตุลาคม          12-19, 19-26             66,888.-

พฤศจิกายน   9-16                           62,888.-

ธันวาคม        4-11                            66,888.-

ช่วงปีใหม่      28  ธค - 4 มค              69.888.-


วันที่ 1:          ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

22.00 น. ขอเชิญคณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบิน Thai Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง

 

วันที่ 2:         ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา สต็อคโฮล์ม-สวีเดน-สต็อคโฮล์ม-อาคารรัฐสภา- พิพิธภัณฑ์ในยุคกลาง-มหาวิหารแห่งเมืองสต็อคโฮล์ม-โอเปร่า เฮ้าส์-เนินเขาฟยัลกาทัน-พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร-ศาลาว่าการเมืองสต็อคโฮล์ม

01.10 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา สต็อคโฮล์ม-สวีเดน โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG960 (เที่ยวบินตรง) ** ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **

07.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติอาร์ลันดา สต็อคโฮล์ม-สวีเดน

นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

นำท่านเดินทางสู่ สต็อคโฮล์ม เมืองหลวงใหญ่แสนสวยของสวีเดน ป็นเมืองหลวงอันงดงามที่สุดในกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียทั้งหมด จนได้รับขนานนามว่า ราชินีแห่งทะเลบอลติก ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 14 เกาะ โอบล้อมด้วยทะเลบอลติก ทะเลสาบมาลาเร็น งดงามแปลกตาในบรรยากาศรอบๆเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นน้ำ ทำให้เมืองสต็อกโฮล์มเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่านชม สถานที่สำคัญ อาทิ อาคารรัฐสภา, พิพิธภัณฑ์ในยุคกลาง, มหาวิหารแห่งเมืองสต็อคโฮล์ม , โอเปร่า เฮ้าส์ เป็นต้น

นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวบน เนินเขาฟยัลกาทัน เพื่อบันทึกภาพของเมืองสต็อคโฮล์มจากมุมที่สวยที่สุดชมวิวสวยของตัวเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ 14 เกาะ ที่ห้อมล้อมด้วยทะเลสาบมาลาร์และทะเลบอลติค

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เรือรบโบราณวาซาร์ เป็นเรือที่ถูกกู้ขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 เนื่องจากสามารถรักษาชิ้นส่วนเดิมของเรือไว้ได้กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และตกแต่งประดับประดาด้วยรูปแกะสลักนับร้อยชิ้น เรือวาซาเป็นทรัพย์สมบัติทางศิลปะที่โดดเด่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลกในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับเรือลำนี้ 9 นิทรรศการ ยังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือวาซา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด ในบรรดาพิพิธภัณฑ์ในสแกนดิเนเวีย

กลางวัน    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ ศาลาว่าการเมืองสต็อคโฮล์ม (ไม่รวมค่าเข้าชมด้านใน) ซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบล ภายในห้องโถงใหญ่โกลเด้น ฮอลล์ ที่ประดับประดาด้วยหินโมเสคทองคำกว่า 18 ล้านชิ้น

ค่ำ    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก Scandic Hotel , Stockholm , Sweden หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 3:          เมืองสต็อคโฮล์ม - ย่านเมืองเก่ากัมลา สแตน - พระราชวังหลวง - เมืองคาร์สตัด - โบสถ์ใหญ่ของเมืองคาร์ลสตัด จัตุรัสใจกลางเมือง - ศาลากลางประจำเมืองคาร์ลสตัด - สะพานหินเก่าแก่

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่าน ผ่านชม ย่านเมืองเก่ากัมลา สแตน เมืองเก่าแก่ที่สุดและสวยงามราวกับภาพวาดปัจจุบันยังทิ้งร่องรอยแห่งความเป็นเมืองแห่งยุคกลาง มีกลิ่นอายของศตวรรษที่ 17 ทั้งบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามในรูปแบบงานสถาปัตยกรรมแบบสวีเดนเช่นเดียวกับเสน่ห์ของตรอกซอกซอยต่างๆ ที่เรียงรายไปด้วยร้านกาแฟ และร้านหนังสือต่างๆ และยังเป็นที่ตั้งของ พระราชวังหลวง เป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของพระราชวงศ์สวีเดนและเป็นหนึ่งในพระราชวังที่งดงามมากที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้งหมดของยุโรปลักษณะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมบาโรคสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1754 ภายใน มีห้องต่างๆ รวมกัน 608 ห้อง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี ในบรรดาห้องต่างๆส่วนที่เป็นจุดเด่น ได้แก่ ห้องพระคลังวิหารหลวง ห้องโถงว่าการของรัฐ Hall of State ห้องพักของขุนนาง ลำดับต่างๆ และ พิพิธภัณฑ์โบราณสถานกุสตาฟที่ 3 ชมการผลัดเปลี่ยนเวรยามประจำวันของกองทหารรักษาพระองค์ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลาก่อนเที่ยงของทุกวัน

กลางวัน     อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองคาร์ลสตัด (ระยะทาง 304 กิโลเมตร เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองสวยงามเล็กๆของประเทศสวีเดน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบแวนเนิร์น อยู่ระหว่างเมืองสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน และ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพราะเป็นเมืองผ่านระหว่างสองเมืองใหญ่นี้ สร้างเมืองโดยกษัตริย์คาร์ลที่ 9 ในปี ค.ศ. 1604 ชื่อเมืองจึงเรียกตามพระนามของพระองค์ ผ่านชม โบสถ์ใหญ่ของเมืองคาร์ลสตัด สร้างขึ้นเมื่อปี 1730 , จัตุรัสใจกลางเมือง , ศาลากลางประจำเมืองคาร์ลสตัด และ สะพานหินเก่าแก่

ค่ำ     บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก Scandic Hotel Winn Karlstad , Karlstad , Sweden หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 4:            เมืองคาร์ลสตัด-สวีเดน – เมืองออสโล-นอร์เวย์ - อุทยานฟรอกเนอร์หรือสวนหิน-ลานกระโดดสกี-ถนนคาร์ล โยฮันน- พระราชวังหลวง-อาคารรัฐสภา-เมืองดรัมเมน

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองออสโล เมืองหลวงของ นอร์เวย์ (ระยะทาง 240 กม. เดินทางประมาณ 3.30 ชม.) ได้ถูกสถาปนาเมื่อประมาณ 60 ปี มานี้เอง ครั้งสมัยที่นอร์เวย์อยู่ในอารักขาของเดนมาร์กนั้น นอร์เวย์เคยย้ายเมืองหลวงถึง 2 ครั้ง จากกรุงทรอนไฮม์เป็นกรุงเบอร์เก้น จนกระทั่งย้ายมาเป็นกรุงออสโลในปัจจุบัน เมื่อประมาณ 900 กว่าปีก่อน ออสโลเป็นเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรพรรดิไวกิ้งโบราณซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชของพระเจ้าฮาโรลด์แฮร์ เมืองออสโลเป็นเมืองหลวงที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกแทนที่โตเกียว ตั้งอยู่ขอบด้านเหนือของอ่าวฟยอร์ด ระหว่างเส้นทางท่านจะได้พบกับสภาพธรรมชาติที่แปลกใหม่ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

กลางวัน      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ อุทยานฟรอกเนอร์หรือสวนหิน ชมผลงานของปฏิมากรเอกชาวนอร์เวย์ชื่อกุสตาฟ วิกเกแลนด์ ที่ใช้เวลา 40 ปีในการแกะกลุ่มรูปสลักหินแกรนิต และทองแดงให้คนรุ่นหลังได้เห็นวัฎจักรในหนึ่งชีวิตของมนุษย์ ตรงใจกลางของอุทยานเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักชิ้นโบว์แดงของท่านชื่อ "โมโนลิท" (สูง 17 เมตร) แกะจากหินสลักแกรนิตเพียงแท่งเดียว

นำท่านเดินทางสู่ ลานกระโดดสกีฮอลเมนโคลเลน (เพื่อถ่ายรูปด้านนอก) สถานที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปกติในช่วงเดือนมีนาคมจะใช้เป็นสถานที่ชุมนุมแข่งขันของนักเล่นสกีทั้งโลกที่นี่ สามารถจุคนได้เกือบหนึ่งแสนคน ผ่านชม โรงแรมที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับในสมัยที่เสด็จประพาสยุโรป

นำท่านเดินทางสู่ ถนนคาร์ล โยฮันน์ เกท เป็นแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งนัดพบปะ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางเมืองออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกซื้อ ของฝากของขวัญที่น่าซื้อ คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น บริเวณเดียวกันเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น พระราชวังหลวง ซึ่งเป็นที่ประทับของกษัตริย์องค์ปัจจุบันและ อาคารรัฐสภา เป็นต้น

นำท่านเดินทางสู่ เมืองดรัมเมน เมืองอุตสาหกรรมเล็กๆ เป็นเมืองหลวงของเทศมณฑลบุสเครุด นอร์เวย์ เป็นเมืองท่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ตรงปากอ่าวดรัมเซลวาซึ่งเป็นสาขาของออสโลฟยอร์ด เขตเทศบาลมีประชากรมากกว่า 63,000 คน ตัวเมืองมีประชากรมากกว่า 150,000 คน

ค่ำ       บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก Scandic Ambassadeur , Drammen , Norway หรือเทียบเท่า

** ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนบนเรือสำราญ 1 คืน (ในคืนวันพรุ่งนี้) เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน **

 

วันที่ 5:            เมืองออสโล - พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง - ล่องเรือสำราญ DFDS - เมืองโคเปนเฮเกน

เช้า       บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง พาหนะสำคัญของเหล่านักรบไวกิ้งเมื่อครั้งที่เคยรุ่งเรืองในอดีต จัดแสดงเกี่ยวกับเรือไวกิ้งที่สร้างจากไม้ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยขุดได้จากรอบๆเมืองออสโล ฟยอร์ด นอกจากนี้ยังจัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องมือในชีวิตประจำวันที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี เป็นตำนานของชาวไวกิ้งเรือถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะชาวไวกิ้งใช้เรือทั้งในเรื่องของการรบทำการค้าและออกสำรวจหาดินแดนใหม่ๆจนมีคำกล่าวว่าถ้าไม่มีเรือไวกิ้งก็จะไม่มียุคที่รุ่งเรืองที่สุด

กลางวัน     บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือสำราญ เพื่อ ล่องเรือสำราญ DFDS ที่พรั่งพร้อมไปด้วยร้านค้าปลอดภาษี , ร้านอาหาร , ห้องซาวน่า , สปา , โรงภาพยนตร์ และ จุดชมวิว ฯลฯ สิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน

** ท่านควรเตรียมกระเป๋าสัมภาระใบเล็ก เพื่อแยกสัมภาระสำหรับค้างคืนบนเรือสำราญ 1 คืน เพื่อความสะดวกในการเดินทางของท่าน **

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคเปนเฮเกน-เดนมาร์ก ผ่านน่านน้ำของสแกนดิเนเวีย เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆบนเรือ

ค่ำ      บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร บนเรือสำราญ DFDS เมนูอาหารบุฟเฟ่ต์สไตล์สแกนดิเนเวียน

นำคณะเข้าสู่ที่พัก บนเรือสำราญ DFDS ห้องพักแบบปกติ หรือเทียบเท่า

** กรณีต้องการจองห้องพักแบบวิวทะเล กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ เพื่อตรวจสอบห้องว่าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 4,000 บาท ต่อท่าน โดยชำระค่าบริการส่วนนี้ทันทีที่ห้องพักถูกยืนยันจากต่างประเทศ รวมไปถึงกรณีที่ห้องพักแบบปกติ เต็ม ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม และทางบริษัทจำเป็นต้องจองห้องพักในระดับมากกว่ามาตรฐาน ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริงกับผู้เดินทาง ทั้งนี้ทางบริษัทจะคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ **

 

วันที่ 6:            เมืองโคเปนเฮเกน-เดนมาร์ก-น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน-รูปปั้นเงือกน้อย-พระราชวังคริสเตียนบอร์ก-พระราชวังอมาเลียนบอร์ก-พระราชวังโรเซนเบิร์ก-ถนนสตรอยเยท-ศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกน

เช้า      บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร บนเรือสำราญ DFDS

เดินทางถึง เมืองโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของ-เดนมาร์ก เป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของยุโรปก่อตั้งมาราวศตวรรษที่ 10 และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ได้รับฉายาว่าเป็นสวรรค์แห่งเมืองท่า และดินแดนแห่งเทพนิยายรักอมตะ เมืองนี้เป็นแรงบัลดาลใจและหล่อหลอมกวีระดับโลกฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์แซน ผู้สร้างสรรค์นิยายอันลือชื่ออย่างเจ้าหญิงเงือกน้อย หนูน้อยผู้ขายไม้ขีดไฟ ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ผู้คนทั่วโลกต่างรู้จัก
นำท่านเดินทางสู่ น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน เป็นน้ำพุขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตา คล้ายธารน้ำตกที่ไหลริน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน มีตำนานเล่าว่าราชินีเกฟิออนได้รับมอบหมายจากเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ให้กอบกู้ชาติบ้านเมือง พระนางจึงให้พระโอรสทั้งสี่ของพระองค์แปลงกายเป็นพระโค เพื่อช่วยกันไถพื้นดินจนกลายเป็นแผ่นดินเมืองเดนมาร์กในปัจจุบัน แล้วชาวเดนนิชก็ได้สร้างอนุสาวรีย์ของพระนางและพระโอรสทั้งสี่พระองค์ไว้เพื่อเป็นเกียรติและเพื่อเป็นการระลึกถึง

นำท่านเดินทางสู่ รูปปั้นเงือกน้อย หรือ ลิตเติ้ล เมอร์เมด ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่เมืองโคเปนเฮเกน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2456 โดย คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ได้มีความประทับใจจากการดูบัลเล่ต์ เรื่อง The Little Mermaid ผลงานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นอย่างมาก จึงว่าจ้างศิลปินชาวเดนมาร์กชื่อ เอ็ดวาร์ด อีริกเซน มาปั้นรูปเงือกน้อยนี้ โดยนำแบบใบหน้ามาจากนักเต้นบัลเลต์ชื่อ เอลเลน ไพรซ์ ส่วนร่างกายที่เป็นหญิงเปลือยนำแบบมาจากภรรยาของตัวเขาเอง รูปปั้นเงือกน้อยนี้นั่งอยู่บนก้อนหิน มีขนาดความสูงประมาณ 1.25 เมตร น้ำหนักประมาณ 175 กิโลกรัม บริเวณรอบๆ มีสวน Langelinie จะได้สัมผัสกับความผ่อนคลาย ฟังเสียงร้องของนกนางนวลและชมเรือสำราญที่จอดเทียบท่าอยู่ และที่นี่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมือง โดยในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนมาเที่ยว เพื่อเก็บภาพคู่กับรูปปั้นเงือกน้อยนับเป็นสถานที่ยอดฮิตที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นำท่าน ผ่านชม พระราชวังคริสเตียนบอร์ก ในอดีตพระราชวังคริสเตียนบอร์กที่นี่คือพระราชวังซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชสันตติวงศ์ในสมเด็จพระราชาธิบดีคริสเตียนที่ 9 แห่งเดนมาร์ก แต่ ณ ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ทำการรัฐสภา โดยเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกที่มี 3 หน่วยงานราชการในที่แห่งเดียวกัน นั่นคือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ แต่บางส่วนของที่นี่ก็ยังคงถูกใช้สำหรับพระราชวงศ์เดนมาร์ก เช่น ห้องรับแขกของราชวงศ์ เป็นต้น รวมทั้งบางส่วนยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้ามาชม

นำท่าน ผ่านชม พระราชวังอมาเลียนบอร์ก หรือ พระราชวังฤดูหนาว แห่งราชวงศ์เดนมาร์กปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ประทับของบรรดาเหล่าพระราชวงศ์เดนมาร์ก พระราชวังอมาเลียนบอร์กมีสถาปัตยกรรมแบบร็อคโคโค นอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามแล้ว ด้านหน้าของพระราชวังจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวัน พระราชวังตั้งอยู่ริมน้ำทางเหนือของตัวเมืองโคเปนเฮเกน สร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 300 ปีของราชวงศ์โอลเดนบวร์ก และใช้เป็นที่พำนักของเหล่าราชวงศ์ 4 ครอบครัว หลังจากที่พระราชวังคริสเตียนบอร์กถูกไฟไหม้ลงในปี ค.ศ. 1794 ทางพระราชวงศ์ของเดนมาร์กจึงได้ขอซื้อพระราชวังแห่งนี้ไว้ และได้ย้ายเข้ามาอาศัยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กษัตริย์ พระราชินี และบุตรของราชวงศ์ได้อาศัยอยู่ภายในพระราชวังแห่งนี้ทั้ง 4 อาคาร ซึ่งอาคารทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นในสไตล์เดนมาร์กร็อคโคโค และตั้งโดดเด่นเป็นศูนย์กลางที่งดงามมากที่สุดในยุโรป แม้รูปลักษณ์ภายนอกของพระราชวังทั้ง 4 มีลักษณะที่เหมือนกัน แต่ภายในพระราชวังแต่ละอาคารได้ถูกตกแต่งต่างกันไปตามรสนิยมของผู้อาศัยเดิม แต่ละห้องได้ตกแต่งอย่างหรูหราที่สุด และในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ยังคงใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 และราชวงศ์เดนมาร์กอยู่ ซึ่งบางส่วนของพระราชวังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้ามาชม และยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กจัดแสดงงานศิลปะ ภาพเขียน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับอัญมณี สิ่งประดิษฐ์อื่นๆ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ที่มีการเก็บรวบรวมในช่วงเวลา 400 ปีเลยทีเดียว และยังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังทั้ง 4 หลัง ซึ่งว่ากันว่า เป็นรูปปั้นทรงม้าที่สวยงามที่สุดของโลกอีกด้วย

นำท่าน ผ่านชม พระราชวังโรเซนเบิร์ก หรือ พระราชวังฤดูร้อน เป็นพระราชวังที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบดัตช์เรอเนสซองส์ สร้างในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่พระองค์ภาคภูมิใจ เพราะนอกจากความงามของตัวตึกภายในและภายนอกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยวัตถุที่ล้ำค่ามากมายแล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์ในบริเวณชั้นใต้ดิน ใช้เป็นที่เก็บเครื่องเพชร มหามงกุฎ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของราชวงศ์เดนมาร์กอีกด้วย ซึ่งในอดีตพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์ใช้ในการพำนักพักร้อนของเชื้อพระวงศ์ในสมัยนั้น ทั้งยังเคยถูกวางเพลิงจากกองทัพอังกฤษถึง 2 ครั้งในปี 1794 และปี 1801

กลางวัน     บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำท่านเดินทางสู่ ถนนสตรอยก์เยท ถนนช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดในโลกเริ่มจาก ศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกน คำว่า สตรอยก์เยทได้ถูกตั้งเป็นชื่อเล่นของถนนคนเดินแห่งนี้ ซึ่งแปลว่า การเดินเล่น โดยใช้ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมา ครอบคลุม ถนน 4 สายด้วยกันคือ Frederiksberggade , Nygade , Vimmelskaftet และ Stergade โดยมีความยาวถึง 1.1 กิโลเมตร ถนนสตรอยก์เยทถูกประกาศให้เป็นเขตปลอดรถยนต์ตั้งแต่ปี 1962 แต่ในช่วงแรก เจ้าของกิจการหลายรายไม่เห็นด้วยกับการปิดถนน เพราะเกรงจะเป็นผลเสียต่อธุรกิจ แต่ทุกวันนี้ได้ทำให้ผู้คนได้เดินอย่างสนุกและสะดวกสบาย ที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คนประมาณแสนคนต่อวัน เรียงรายไปด้วยร้านค้าที่มีคุณภาพ มีตั้งแต่สินค้าราคาถูกไปจนถึงสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงที่สุดในโลก อาทิ หลุยส์วิตตอง , ชาแนล , ร้านนาฬิกาหรูแบรนด์ดังจากสวิสฯ , พอร์ซเลน เป็นต้น มีร้านอาหารมากมาย แถมยังมีนักดนตรีริมทางที่มาช่วยบรรเลงเพลงให้ความบันเทิงระหว่างเดินเล่น นอกจากนี้เมืองโคเปนเฮเกน ได้รับการขนานนามจากคนทั่วโลกว่าเป็นเมืองจักรยาน ประชากรเกินครึ่งใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง เหตุผลสำคัญคือรัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพแข็งแรง และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สร้างมลพิษแก่สิ่งแวดล้อม จึงออกแบบผังเมือง เพื่อรองรับนักปั่นและคนเดินเท้า ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด

ค่ำ    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

นำคณะเข้าสู่ที่พัก First Hotel Copenhagen , Copenhagen , Denmark หรือเทียบเท่า

 

วันที่ 7:          อิสระท่องเที่ยว หรือ พักผ่อน ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ตามอัธยาศัย แบบเต็มวัน - ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน เมืองโคเปนเฮเกน-เดนมาร์ก - ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

เช้า    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

อิสระท่องเที่ยว หรือ พักผ่อน ที่เมืองโคเปนเฮเกน-เดนมาร์ก ตามอัธยาศัย แบบเต็มวัน

11.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติโคเปนเฮเกน เมืองโคเปนเฮเก้น -เดนมาร์ก เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษี หรือ ร้านอาหาร

14.25 น. นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ - โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG951 (เที่ยวบินตรง) ** ใช้เวลาบินประมาณ 11 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **


วันที่ 8:         ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

06.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ


N040718

zmzu4z.jpg




Template By Gift-TH.Com