smileytour.com

รายการสินค้า

ทัวร์ตุรกี Ottoman Empire and Beautiful Riviera 10D7N -QR (TCSADAQR001-0806)


(TCSADAQR001-0806) ทัวร์ตุรกี Ottoman Empire and Beautiful Riviera 10D7N -QR

 

  • นำท่านเยือนจักรวรรดิออตโตมัน
  • เที่ยวอิสตันบูล ดินแดนคาบเกี่ยว 2 ทวีป
  • เข้าชมพิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
  • ชมม้าไม้จำลองที่เมืองทรอย เยือนเมืองโบราณเอเฟซุส
  • ตื่นตากับความอัศจรรย์ทางธรรมชาติกับปามุคคาเล
  • นำท่านล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน

More details


33,900 ฿

STCS


ทัวร์ตุรกี Ottoman Empire and Beautiful Riviera 10D7N -QR (รหัสทัวร์ TCSADAQR001)

 

กำหนดการเดินทางปี 2561

พฤษภาคม       13-22                              36,900.-

มิถุนายน          01-10, 03-12                  36,900.-

 

วันแรก           กรุงเทพฯ

22.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

 

วันที่สอง         กรุงเทพฯ –โดฮา – อาดานา – คัปปาโดเกีย – ชมระบำหน้าท้อง

01.35 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 837

05.25 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

07.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงอาดานา โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 438

11.25 น. ถึงสนามบินอาดานา  ประเทศตรุกี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง  จากนั้นเดินทางสู่เมืองคัปปาโดเกีย ชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี  เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า” และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี     ระยะทาง 265 กม.  เดินทางประมาณ 3.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

ชมระบำหน้าท้อง และการแสดงพื้นเมืองต่างๆ ของตุรกีอันลือชื่อที่น่าตื่นตาตื่นใจ

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม UCHISAR CAVE KAYA หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม         คัปปาโดเกีย –  เกอเรเม – นครใต้ดิน – คอนย่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

** สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม 05.00 น.ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคา US 200 ต่อ 1 ท่าน) **

นำคณะออกเดินทาง สู่เมืองเกอเรเม (Goreme) นำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง (Goreme Open-Air Museum) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ จากนั้นนำท่านเข้าชมโรงงานทอพรม (Carpet Factory) และโรงงานเซรามิค (Pottery at Avanos Village) คุณภาพดีของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย  นำท่านชมนครใต้ดิน (Underground City Derinkuyu or Kaymakli) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ นำท่านชื่นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี  เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน และหิมะได้เป็นกัดเซาะแผ่นดิน มาเรื่อยๆ ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ เกิดเป็นภูมิประเทศที่งดงาม แปลกตาและน่าอัศจรรย์ ดั่งสวรรค์บนดิน จนได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า”  และได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้น แล้วนำท่านออกเดินทางสู่เมืองคอนย่า (Konya) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูคในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางสบายๆที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของประเทศตุรกี นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลคดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่า ชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

ระยะทาง 235 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม ANEMON หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่             คอนย่า – แอสเพนโดส – อันตาเลีย – ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์ริเนี่ยน – ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะออกเดินทาง สู่เมืองแอสแพนโดส (Aspendos) นำท่านชมโรงละครที่มีความยิ่งใหญ่ Roman Theater ซึ่งมีความสวยงามและสามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 20,000 คน โดยมีเวทีแสดงด้านหลังที่ถูกสร้างขึ้นหลายชั้นเหมือนกับอพาร์ตเมนท์ ที่มีห้องสำหรับนักแสดงเพื่อไว้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย นอกจากนั้นทางด้านซ้ายและด้านขวายังมีทางที่ยื่นออกไปเหมือนกับระเบียงที่ติดต่อกับที่นั่ง ผ่านชมโบราณสถาน ความสวยงาม ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนพร้อมด้วยภาพที่แกะสลักอย่างงดงาม ด้านนอกยังแบ่งออกเป็นสามส่วนที่ประดับด้วยน้ำพุ และยังมีซากโบราณอื่นๆ เช่น เสาที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามที่อยู่บนทางเดิน   ระยะทาง 295 ก.ม.  ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นออกเดินทางไป เมืองอันตาเลีย (Antalya) เป็นเมืองท่องเที่ยวแถบชายฝั่งทะเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาช้านาน ประมาณ 150 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนที่ราบแถบชายฝั่งแคบๆ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและท้องทะเลอันงดงาม และได้รับการยกย่องว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งตุรกี” นำท่านเที่ยวชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ (Hidirlik Tower) เป็นอีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ ซึ่งสร้างขึ้นจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือประภาคารในอดีต ปัจจุบันหอคอยถูกล้อมรอบไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหารมากมาย จากนั้นนำท่านสู่ ประตูเฮเดียน (Hadrian’s Gate) เป็นประตูชัยซึ่งสร้างตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน ในช่วงศตรรษที่ 2 จากนั้นนำท่านชมท่าเรือโบราณ ปัจจุบันนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้ จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความงามของอ่าวที่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์ริเนี่ยน ให้ท่านได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยเรือจะพาท่านลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ และพาท่านไปชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน    ระยะทาง 25 ก.ม.ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม RAMADA PLAZA  หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า           อันตาเลีย – ปามุคคาเล – ปราสาทปุยฝ้าย

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองปามุคคาเล (Pamukkale) เที่ยวเมืองปามุคคาเล เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซียมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อท้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศ เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ปามุกคาเล่และเมืองเฮียราโพลิส ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988 สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล่ โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์ระยะทาง 240 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย     นำท่านชมเมืองโบราณเฮียราโพลิส ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1แห่งแพร์กามุม ในปี 190 ก่อนคริสต์กาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก ศูนย์กลางของเฮียราโพลิสเป็นบ่อน้ำที่ศักสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในโรงแรมปามุคคาเล สถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ปามุคคาเล โรงอาบน้ำโรมัน โบสถ์สมัยไบแซนไทน์ นำท่านชมปามุคคาเล หรือปราสาทปุยฝ้าย ซึ่งเกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม คาร์บอเนต มาตกตะกอน เกิดเป็นลักษณะหน้าผา ซ้อนกันเป็นชั้นน้ำตก มีสีขาวคล้ายกับสร้างมาจากปุยฝ้าย ซึ่งน้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ย้อยเป็นรูปร่างต่างๆอย่างสวยงามและน่าอัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 35 – 100 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบ         ระยะทาง 69 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม PLAM THERMALหรือเทียบเท่า

 

วันที่หก          ปามุคคาเล – คูซาดาสึ – เมืองโบราณเอเฟซุส – อิชเมียร์

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางไปเมืองคูซาดาสึ นำท่านเดินทางเข้าสู่ City of Ephesus ที่ยิ่งใหญ่และงดงามจนกระทั่งจารึกว่า “มหานครแห่งแรกและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย” เมืองโบราณที่สมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด ถนนทุกสายปูด้วยหินอ่อน ชมห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus)  ห้องสมุดแห่งนี้มีทางเข้า 3 ทาง โดยบริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์ประดับอยู่ ได้แก่ เทพีแห่งปัญญา เทพีแห่งคุณธรรม เทพีแห่งความเฉลียวฉลาด และเทพีแห่งความรู้ รูปแกะสลักเทพีทั้ง 4 องค์นี้เป็นของจำลอง ส่วนของจริงนักโบราณคดีชาวออสเตรียได้นำกลับไปออสเตรียและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงเวียนนา แวะชมโรงละครเอเฟซุส ซึ่งจุคนได้ประมาณ 30,000 คน เป็นโรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโรงละครโบราณในตุรกี มีลานแสดงตรงกลางแวดล้อมด้วยที่นั่งชมไล่ระดับขึ้นไป ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดีอยู่และมีการจัดการแสดงแสงสีเสียงบ้างเป็นครั้งคราว ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชมโบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (Basilic of St. John) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน ระยะทาง 190 ก.ม.  ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านเข้าชมบ้านของพระแม่มารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยและสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ ถูกค้นพบอย่างปาฏิหาริย์โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมันชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich ค.ศ. 1774-1824  หลังจากนั้นนำท่านเยี่ยมชมโรงงานหนังชั้นนำ Leather Fashion House โรงงานผลิตเสื้อหนังคุณภาพดี ให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์เสื้อหนัง ตามอัธยาศัย จากนั้นเดินทางสู่เมืองอิชเมียร์ ระยะทาง 98 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง                                     

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม GRAND BELISH  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด          อิชเมียร์ – ม้าไม้จำลองแห่งทรอย – ชานัคคาเล

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองเพอร์กามัม ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ผ่านชมเมืองเพอร์กามัม เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ วิหารอะโครโปลิส นครบนที่สูง เป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ซึ่งมักจะเป็นเนินเขาที่ด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ ที่เติบโตรุ่งเรืองอยู่บนที่ราบเบื้องล่างที่รายล้อมป้อมปราการเหล่านี้ โดยเมืองด้านบน จะเป็นพื้นที่วิหารบูชาเทพเจ้า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระราชวังและพื้นที่ใช้งานต่างสำหรับกษัตริย์และชนชั้นสูงเท่านั้น ส่วนประชาชนคนธรรมดาทั่วไปจะอยู่ในส่วนของเมืองด้านล่าง      ระยะทาง 106 ก.ม.  ใช้เวลาเดินทาง

ประมาณ 1.30 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง                               

นำท่านชมเมืองทรอย ปัจจุบันกรุงทรอยตั้งอยู่ในเมืองชานัคคาเล ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง บริเวณกรุงทรอย มีการจัดแสดงแบบจำลองกรุงทรอย และเรื่องราวการค้นพบโดยนักโบราณคดี พร้อมทั้งภาพแผนผังเมืองทรอยที่ถูกสร้างซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น มีซากเมืองเก่า กำแพง ประตู และม้าไม้จำลองแห่งทรอย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณโดยเป็นสาเหตุทำให้กรุงทรอยแตก ให้เวลาท่านชมและถ่ายรูปคู่กับม้าไม้จำลองแห่งทรอย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองชานัคคาเล เป็นศูนย์กลางการค้าตลอดจนชุมทางการเดินรถ และขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป นับตั้งแต่สุลต่านอาห์เม็ดที่ 2 ได้สร้างป้อมปราการขึ้นที่นี่เมื่อปี 1452  เมืองชานัคคาเล่ในอดีตเป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบหน้า เข้าไปยังช่องแคบคาร์ดาแนลส์ เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงครามโลก         ระยะทาง 30 ก.ม.  ใช้เวลา

ประมาณ 30 นาที

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง                                     

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม KOLIN หรือเทียบเท่า


วันที่แปด        ชานัคคาเล – อิสตันบูล – ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส - แกรนด์บาซาร์ – ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์ เป็นช่องแคบ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่กั้นระหว่างคาบสมุทรกัลลิโพลี ของตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปกับตุรกีส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชีย เชื่อมทะเลมาร์มะรา กับทะเลอีเจียน เพื่อเข้าสู่ เมืองอิสตันบูล เมืองสำคัญอันดับ 1 ของประเทศ เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ซึ่งในอดีต อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ เข้ากับทะเลมาร์มาร่า ความยาวทั้งสิ้น  ประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความ สวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย  ขณะล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาชเช่หรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐี ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น จากนั้นนำท่านสุ่ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันขึ้นชื่อของตุรกี อย่าง แอปริคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย จากนั้นเดินทางสู่ ตลาดในร่ม   หรือ แกรนด์บาซาร์ เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 เมื่อปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน เครื่องหนัง กระเบื้อง  เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มาก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม  RAMADA PLAZA TEKSTILKENT หรือเทียบเท่า

 

วันที่เก้า         สุเหร่าเซนต์โซเฟีย – พระราชวังทอปกาปึ  – อ่างเก็บน้ำใต้ดิน เยเรบาตัน – ฮิปโปโดม – พระราชวังโดลมาบาเช – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด มีชื่อเรียกโบราณคือ ฮิปโปโดม ตั้งอยู่หน้าสุเหร่าสีน้ำเงิน เดิมเป็นลานแข่งรถม้าและศูนย์กลางเมืองในยุคไบแซนไทน์ นำชม สุเหร่าสีน้ำเงิน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางศาสนา ที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง  ชื่อนี้ได้มาจากกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน  และถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ตที่ 1  ค.ศ. 1609  ใช้เวลาสร้างทั้งหมด  7 ปี จากนั้นชมสุเหร่าเซนต์โซเฟีย หรือชื่อในปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฮาเยียโซเฟีย เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และ ถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง จุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์                    

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง                              

นำท่านเข้าชมอ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 กว้าง 70 เมตร ยาว 140 เมตร ลึก 8 เมตร ภายในอุโมงค์ มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่เด่นมากคือ เสาเมดูซ่า อิสระให้ท่านถ่ายรูปและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ (พระราชวังทอปกาปึ ภายในพระราชวังมีการปิดปรับปรุงบางส่วน อาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าชมได้ทั้งหมด ทางบริษัทจึงขอตัดการไปเยี่ยมชมพระราชวัง) จากนั้นนำท่านชม พระราชวังโดลมาบาเช ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี  ผสมผสานศิลปะแบบพระราชวังยุโรปกับแบบอาหรับอย่างสวยงาม ชมโคมไฟระย้าขนาดใหญ่น้ำหนักถึง 4.5 ตัน เครื่องแก้วเจียระไน และพรมทอผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก      

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง                                     

จากนั้นนำเดินทางสู่สนามบินซาบิฮา โกเคน

23.59 น. ออกเดินทาง โดยเที่ยวบินที่ QR 238


วันที่สิบ          โดฮา – กรุงเทพฯ

04.10 น. ถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง                                              

08.15 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ QR832

18.50 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ                              

 

อัตราค่าบริการทัวร์ตุรกีนี้ไม่รวม

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว,

ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

  1. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  2. 4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  3. 5. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ (เท่ากับ 40 USD)
  4. 6. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (เท่ากับ 30 USD )
  5. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%





Template By Gift-TH.Com