smileytour.com

รายการสินค้า

ทัวร์ยุโรปตะวันออก ออสเตรีย-เชก-โปแลนด์ 10D7N -QR (TCSVIEQR005-1304)


(TCSVIEQR005-1304) ทัวร์ออสเตรีย-เช็ก-โปแลนด์ 10D7N -QR

 

ชมความงามของพระราชวังเชินบรุนน์ ชมโบสถ์โครงกระดูกอันโด่งดัง แห่งเมืองคุทนาฮอร่า โบสถ์ที่แปลกที่สุดในโลก ที่ตกแต่งไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์กว่า 70,000 ชิ้น เที่ยวเมืองมรดกโลก เชสกี้ ครุมลอฟ และ วอร์ซอ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ อันเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ ได้รับการประกาศให้บรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1980

More details


49,900 ฿

STCS


ทัวร์ออสเตรีย-เช็ก-โปแลนด์ 10D7N -QR (รหัสทัวร์ TCSVIEQR005)

 

กำหนดวันเดินทาง: ปี 2561

ช่วงสงกรานต์     13-22  เมษายน                 55,900.-


วันแรก           กรุงเทพฯ – โดฮา

23.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

 

วันที่สอง        โดฮา – เวียนนา

02.05 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 837

05.15 น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเวียนนา โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 183

14.00 น. ถึงสนามบินเวทชาท กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านชมถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารอันงดงามสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผ่านชมโรงละครโอเปร่า ที่สร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ.1863-1869 แต่ตัวอาคารได้ถูกทำลายไปในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดใหม่อีกครั้งในปีค.ศ.1955 ผ่านชมพระราชวังฮอฟเบิร์ก (Hofburg Palace) ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่เคยเป็นที่ประทับของราชสำนักฮัปสบูร์ก มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NH DANUBE หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม        พระราชวังเชินบรุนน์ – ซาลส์บวร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace) แห่งราชวงศ์ฮัปสเบิร์ก ซึ่งมีประวัติการสร้างมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 และต่อมาพระนางมาเรีย เทเรซ่า ให้สร้างขึ้นใหม่อย่างสง่างามด้วยจำนวนห้องถึง 1,441 ห้องในระหว่างปีค.ศ.1744-1749 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ชมความโอ่อ่าของท้องพระโรงและพลับพลาที่ประทับ ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสวยงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารจีน

บ่าย เดินทางสู่เมืองซาลส์บวร์ก (Salzburg) ประเทศออสเตรีย เมืองอันเป็นบ้านเกิดของนักดนตรีเอก “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” ที่มีชื่อเสียงก้องโลก นำเที่ยวชมความงามของเมืองซาลส์บวร์กที่มีความหมายว่า “ปราสาทเกลือ” เขตเมืองเก่าศิลปะบารอคที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำซัลซาค เมืองซาลส์บวร์กเคยเป็นที่ประทับถาวรของอาร์คบิชอป และ เป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่สำคัญยิ่งของบรรดาประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน ชมสวนดอกไม้มิราเบล(Mirabell Garden) ซึ่งเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักเพลงสวรรค์” (The Sound of Music) ที่โด่งดังไปทั่วโลก   ระยะทาง 295 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.15 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม AUSTRIA TREND EUROPA หรือเทียบเท่า


วันที่สี่            ซาลส์บวร์ก – ฮัลสตัท – เชสกี้ ครุมลอฟ – เชสเก้ บูเดโจวิซ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ออกเดินทางสู่ฮัลสตัท (Hallstatt) หมู่บ้านมรดกโลกแสนสวย อายุกว่า     4,500 ปี เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวย งามราวกับภาพวาด กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุดใน Salzkammergut เขตที่อยู่บนอัพเพอร์ออสเตรีย และมีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง ออสเตรียให้ฉายาเมืองนี้ว่าเป็นไข่มุกแห่งออสเตรีย และเป็นพื้นที่มรดกโลกของ UNESCO Cultural-Historical Heritage เพียงเดินเที่ยวชมเมืองเสมือนหนึ่งท่านอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน   ระยะทาง 73 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองมรดกโลกเชสกี้ ครุมลอฟ (Cesky Krumlov) นำชมเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามแห่งโบฮีเมีย เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นเมืองมรดกโลกใน ค.ศ.1992 (World Heritage) เมืองนี้ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำวัลตาวา ความโดดเด่นของเมืองที่มีอาคารเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลางกว่า 300 ปี หลังได้รับการอนุรักษ์และขึ้นทะเบียนไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นำชมปราสาทครุมลอฟ (Krumlov) จากบริเวณรอบนอก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1250 ถือเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองลงมาจากปราสาทปร๊าก มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลตาวา (Valtawa River) ตรงบริเวณคุ้งน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นย่านเมืองเก่าคลาสสิค Senete Square และโบสถ์เก่ากลางเมือง  ระยะทาง 210 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CLARION CONGRESS HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า          เชสเก้ บูเดโจวิช – คาร์โลวี วารี – ปราก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเดินทางโดยรถโค้ชสู่ เมืองคาร์โลวี วารี (Karlovy vary) ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นศูนย์กลางบำบัดโรคภัยต่างๆ    ระยะทาง 218 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.15 ชม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (เป็ดโบฮิเมียน)

บ่าย นำเดินชมเมืองคาร์โลวี วารี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลกที่จะมาใช้บริการรักษาสุขภาพตามความเชื่อที่มีมาแต่สมัยโบราณ เชิญทดลองดื่มน้ำแร่ซึ่งต้องดื่มกับแก้วพิเศษโดยเฉพาะ เป็นแก้วพอร์ซเลนที่มีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้ำ นำคณะเดินทางสู่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐเชก อดีตเมืองหลวงของสาธารณรัฐเชกโกสโลวาเกีย ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท และโรมแห่งอุดรทิศ จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมประตูเมืองเก่า “Powder Gate” ขอบเขตเมืองในสมัยโบราณ, ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า (Old Town Hall) ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่สวยงามและยังตีบอกเวลาทุกๆชั่วโมง ระยะทาง 129 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม INTERNATIONAL หรือเทียบเท่า


วันที่หก          ปราสาทปราก – ปราก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเข้าชมปราสาทแห่งปราก (Prague Castle) ที่สร้างขึ้นอยู่บนเนินเขาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 9 ในสมัยเจ้าชาย Borivoj แห่งราชวงศ์ Premyslids ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 ชมมหาวิหารเซนต์ วิตุส (St.Vitus Cathedral) อันงามสง่าด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคในสมัยศตวรรษที่ 14  นับว่าเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊าก ซึ่งพระเจ้าชาร์ลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1344 ภายในเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์สำคัญในอดีต เช่น พระเจ้าชาร์ลที่ 4, พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และ  พระเจ้าแมกซิมิเลี่ยนที่ 2 เป็นต้น (กรณีมีพิธีภายในมหาวิหาร อาจไม่ได้รับอณุญาตให้เข้าชม) แล้วชมพระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่เป็นหนึ่งในส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาท ใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชายโบฮีเมียนทั้งหลาย แล้วเดินชมย่านช่างทองโบราณ (Golden Lane) ซึ่งปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึก วางจำหน่ายอยู่มากมาย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจึน

บ่าย     จากนั้นนำท่านเดินเล่นบนสะพานชาร์ล (Charles Bridge) สะพานเก่าแก่ข้ามแม่น้ำวัลตาวา สไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 สมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ชมรูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญที่ตั้งอยู่สองข้างราวสะพานกว่า 30 องค์ ให้เวลาท่านเดินอิสระเดินเล่นย่านเมืองเก่า ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง เช่น เครื่องแก้วโบฮีเมียน หรือเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม อาทิเช่น Louis Vitton, Furla, Gucci, Lacoste เป็นต้น

ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม INTERNATIONAL  หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด        ปราก - คุทนา ฮอร่า – วรอตสวัฟ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองคุทนา ฮอร่า (Kutna Hora) เมืองที่สำคัญและมีความสวยงามไม่แพ้กรุงปราก เนื่องจากเป็นเหมืองแร่เงินของยุโรปมาตั้งแต่ยุคกลาง จึงทำให้เมืองนี้มีความร่ำรวยไม่แพ้กรุงปราก และยังมีความสวยงามทางธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ จนได้รับการจดทะเบียนเข้าเป็นมรดกโลกจาก Unescoในปี ค.ศ 1995 นำท่านชมความสวยงามของโบสถ์ประจำเมือง นำท่านชมโบสถ์เซ็นต์บาบารา (St. Barbara Church) โบสถ์สไตล์โกธิกที่นับว่าสวยงาม และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1388 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1905 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 500 ปี จากนั้นนำเข้าชมโบสถ์โครงกระดูก (Sedlec Ossuary) อันโด่งดัง สถานที่ที่แปลกที่สุดในเมืองนี้ที่ ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่แปลกที่สุดในโลก  เนื่องจากโบสถ์นี้ตกแต่งไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์กว่า 70,000 ชิ้น กว่า 40,000 คน ทุกอย่างทำขึ้นจากกระดูกทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโคมไฟระย้า แท่นบูชา ไปจนถึงตราสัญลักษณ์ตระกูล เหตุผลของการนำกระดูกมาตกแต่งคือ ตระกูลผู้ปกครองสัญชาติเยอรมันมอบหมายให้ สถาปนิคชื่อ Frantisek Rint สร้างสรรค์ผลงานจากกระดูกเพื่อเป็นการระลึกถึงการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และสื่อให้เห็นว่าความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้    ระยะทาง 14 กม.  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw) เมืองมีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา

ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL WROCLAW หรือเทียบเท่า

 

วันที่แปด       วรอตสวัฟ - คราคูฟ – ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ - เชสโตโซว่า

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางสู่เมืองคราคูฟ (Krakow) บ้านเกิดองค์ สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ในปีค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมันตั้งแต่ โรมาเนสก์ กอธิค เรอเนสซองส์ บาร็อก ร็อคโคโค จนถึงนีโอคลาสสิค และอาร์ตนูโว ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปีชมจัตุรัสใจกลางเมือง ทีเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ และอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Church of St. Mary)โบสถ์ชื่อดังของคราคูฟ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่สูงถึง 81 เมตร ให้เวลาท่านได้อิสระตามอัธยาศัยเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก หรือ แฟชั้นจากห้างสรรพสินค้าซูเคียนนีส(Sukiennice) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งนึงของยุโรป ระยะทาง 270 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.10 ช.ม.

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

บ่าย     นำท่านเดินทางสู่พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์(Auschwitz concentration camps) เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้สะท้อนความน่าสยดสยองและความทารุณโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 และหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ปีค.ศ.1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามี น้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ กล่าวกันว่าสถานที่นี้มีคนตาย กว่า 1.5 ล้านคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว จากนั้น นำท่านเดินทางสู่เมืองเชสโตโซว่า (Czestochowa) เป็นเมืองศูนย์กลางของผู้แสวงบุญที่สำคัญแห่งหนึ่งของยุโรป คริสต์ศาสนิกชนกว่า 4-5 ล้านคน เพื่อเข้าบูชาเพื่อขอพรจากแบล็คมาดอนน่า (Black Madonna) ณ อารามจัสนา   กอร่า (Jasna Góra Monastery) รูปพระแม่มาเรียสีดำ ศูนย์รวมจิตใจของชาวคาทอลิก กล่าวกันว่าสีที่ใช้วาดมานานกว่า 600 ปีทำให้รูปพระแม่เป็นสีดำ ที่รอยบากที่พระพักตร์ ซึ่งพวกต่อต้านศาสนาต้องการทำลาย อารามแห่งนี้รอดพ้นจากการถูกทำลาย ในสงครามต่างๆอย่างน่าอัศจรรย์ จนกลายเป็นปาฎิหารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ระยะทาง 64 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.    ระยะทาง 94 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE PATRIA หรือเทียบเท่า


วันที่เก้า          เชสโตโซว่า - วอร์ซอ – เมืองเก่าวอร์ซอ (Warsaw Old Town) – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวย่านเมืองเก่าวอร์ซอ (Warsaw Old Town) ย่านประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์แห่งวอร์ซอว์ (Historic Centre of Warsaw) ซึ่งประกอบด้วยโบสถ์ พระราชวัง ตลาด ได้รับการประกาศให้บรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1980 ให้ท่านได้เที่ยวชมย่านตลาดเก่า (Old Town Market Place) โดยอาคารส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ซึ่งประกอบไปด้วย ศาลาว่าการ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าอื่นๆ ชมกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่เป็นสถาปัตยกรรมจากยุคกลาง อาทิเช่น กำแพงเมืองเก่า (city walls) ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน ผ่านชม ป้อมวอร์ซอ (Warsaw Barbican) ด่านปราการรูปครึ่งวงกลม หรือ ป้อมปราการแห่งประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยล้อมรอบกรุงวอร์ซอเอาไว้ ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1540 ป้อมปราการส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และป้อมปราการถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังสงคราม ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1952-1954 

12.00 น. นำเดินทางสู่สนามบินเพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

18.05 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่

QR 260

 

วันที่สิบ          โดฮา – กรุงเทพฯ

00.40 น. ถึงสนามบินกรุงโดฮา เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

02.25 น. ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 836

13.30 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ  

 

อัตราค่าบริการนี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล

(หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)

ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท

ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)

** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **

-    เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]

-    เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]

**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **

[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]

8.  มัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)

 

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 2 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว,

ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

  1. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  2. 4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  3. 5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศโปแลนด์ (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น จำนวน 2,400 บาท)
  4. 6. ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ (18 ยูโร)
  5. 7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 ยูโร ต่อคน ต่อวัน : 10 x 3 = 30 ยูโร)
  6. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

 

p020318




Template By Gift-TH.Com