smileytour.com

รายการสินค้า

                              ยุโรปตะวันออก

 

  

images by free.in.th

 

“ปราสาทไฮเดลเบิร์ก”  (Heidelberg Castle :Germany)

แม้อดีตป้อมปราการที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นปราสาทจะเคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทำลายในวันที่เข้ายึดเมืองทว่าปราสาทหินทรายสีแดงที่สร้างขึ้นโดยเจ้าชายเอเล็กเตอร์รูเปรคที่ 3 ราวปี ค.ศ.1300 ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยเป็นการผสมผสานรูปแบบศิลปะแบบโกธิคและเรอเนซองค์อย่างลงตัวประดับด้วยปูนปั้นของเหล่านักบุญชาวเยอรมันและเทพเจ้าชาวโรมัน การเดินออกมายังระเบียงปราสาทเพื่อชมวิวเมืองไฮเดลเบิร์กที่อยู่ริมแม่น้ำเนคการ์นั้นเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ เช่นเดียวกับการชมต้นไม้ใหญ่ในสวนที่ดูราวกับยืนตระหง่านเคียงคู่ปราสาทแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคน ทั้งต้นเบิช เมเปิ้ล โอ๊คซึ่งจะสวยงามที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้พากันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม แดง แต่งแต้มสีสันให้ตัวปราสาทก่อนจะทิ้งใบ ปัจจุบันรูปแบบสวนถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสไตล์แบบอังกฤษโดยมีประตูอลิซาเบธที่เล่ากันว่าท่านเฟเดอริคสร้างเป็นของขวัญให้กับเจ้าหญิงอลิซาเบธเสร็จสมบูรณ์ในเวลาเพียงแค่คืนเดียวด้วยพลังแห่งความรัก

  

 

images by free.in.th

 

“วูสบวกส์เรสซิเดนซ์”   (Würzburg Residenz :Germany)

พระราชวังวูสบวกส์เรสซิเดนซ์ที่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกโนเนมให้กับสมเด็จพระสังฆราช โจฮันน์ ฟิลิปป์ ฟรานซ์ เพื่อใช้เป็นที่ประทับนั้นใช้เวลาในการก่อสร้างโดยรวมจนเสร็จสมบูรณ์กว่า 60 ปีอาคารชุดที่มีขนาดกว้างใหญ่แห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ภาพเขียนเฟรสโก ภาพเขียนบนปูนปลาสเตอร์เปียกที่เต็มไปด้วยมิติงามยามแหงนมอง ซึ่งถ่ายทอดโดยศิลปินชื่อดังหลายท่าน และหนึ่งในนั้นคือ เวเนเชียน จิโอวานนี แบททิสตา ทีโปโล ผู้รังสรรค์ภาพเขียนเฟรสโกในห้องการ์เด้นฮอลล์ซึ่งเชื่อมต่อไปยังบันได ไวท์ฮอลล์และอิมพีเรียลฮอลล

  

 

images by free.in.th

 

ปราสาทคาร์ลสเตน (Karlštejn Castle :CZech)

สร้างขึ้น ในปี 1348 โดยกษัตริย์แห่งอาณาจักร์เช็ก และ จักรพรรดิโรมัน ชาร์ลที่ 4 ปราสาทแห่งนี้ ไม่เพียงมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมแตกต่างจากปราสาทอื่นๆในแคว้นแล้วนั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นปราสาทที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของกษัติรย์และทรัพย์สมบัติอันมีค่ามหาศาลสืบทอดมาจากอาณาจักรโรมัน ช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ปราสาทถูกบูรณะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค จากนั้นถูกบูรณะใหม่สู่สไตล์เรเนซองส์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16

ลักษณะที่ปรากฏในปัจจุบันของปราสาทมาจากการฟื้นฟูบูรณะครั้งล่าสุดในตอนปลายศตวรรษที่ 19 ทำให้ปราสาทมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามสไตร์นีโอโกธิคซึ่งพิถีพิถัน โดยผลงานของ สถาปนิกโจเซฟ โมคโกร์ ที่น่าประทับใจที่สุดคงหนีไม่พ้นลักษณะของตัวอาคารที่สร้างเป็นเหมือนขั้นบันได และตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา เมือง และแม่น้ำ

 

 

images by free.in.th

 

จัตุรัสเวนเซสลาส” (Wenceslas Square :Czech)

จุดศูนย์กลางยุคใหม่ของปรากที่ดูคล้ายถนนสายยาวมากกว่า อดีตตลาดม้าที่เคยมีม้าและพ่อค้ามากมายมารวมตัวกัน วันนี้นอกจากจะได้ชมความงามของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวันเวลาที่ผันผ่าน และสถาปัตยกรรมแนวอาร์ตนูโวของแกรนด์โฮเต็ลยูโรปาแล้ว ที่สุดปลายจัตุรัสถือเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากที่สุด เพราะนาปริโคปเป้ชื่อที่แปลว่าเหนือคูเมืองคือถนนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ขณะที่ย่านเซเล็ตน่า เนืองแน่นไปด้วยร้านค้าขายของที่ระลึกซึ่งสุดถนนสายนี้คือจัตุรัสโอลด์ทาวน์ โดยมีโบฮีเมียคริสตัลซึ่งเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับไปทั่วยุโรปถึงขนาดบรรดาพระราชวังนิยมนำไปประดับเป็นหนึ่งในนั้น ขณะที่อาคารเก่าแก่มากมายที่ตั้งอยู่ตลอดถนนเปรียบได้กับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่พร้อมรอต้อนรับผู้คน

 

images by free.in.th

 

“ปราสาทปราก” (Prague Castle :Czech)

สัญลักษณ์โบราณและหนึ่งในสถาบันทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก อดีตเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็ก ซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสบุ๊คให้เป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ตัวปราสาทประกอบด้วยพระราชวังและอาคารสงฆ์ที่ซับซ้อนวิจิตรงดงาม เนื่องจากตัวปราสาทมีการซ่อมแซมและบูรณะอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ลักษณะของอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ซึ่งได้รับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมโรมันตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 จนถึง สถาปัตยกรรมสไตล์กอธิคในศตวรรษที่ 14  

ด้วยที่ตั้งอันสูงสุดทำให้ที่นี่เป็นจุดชมทิวทัศน์ของเมืองที่ดีเยี่ยม และหากอากาศเป็นใจสามารถมองเห็นโกลเด้นซิตี้ที่อยู่ห่างออกไปได้อีกด้วย นอกจากตัวปราสาทที่มีความยาว 570 เมตร กว้าง 130 เมตรแล้ว ยังมีสวนสวย พิพิธภัณฑ์ของเล่น พระอารามสตราฮอฟ ห้องสมุด และโรงหมักเบียร์ที่มีชื่อตั้งอยู่ด้วย

 

 

images by free.in.th

 

“ฟราวเอนเคียเช่”  (Frauenkirche :Germany)

คริสต์สถานนิกายโปรเตสแตนต์ ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 รูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์โรมันเนสก์ โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกสร้างขึ้นใหม่ ในปี 1993 โดยสถาปนิค เอเบอร์ฮาร์ด เบอร์เกอร์     ฟราวเอนเคียเช่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งเรือง การกลับมา และความเป็นอมตะ ซากของอาคารที่เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นถูกนำกลับมาบูรณะใหม่จนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม ทั้งลักษณะภายนอกของโบสถ์โดยรวมเช่นเดียวกับการจัดตกแต่งภายในมีความวิจิตรงดงามยิ่งนัก การบูรณะใหม่ในครั้งนี้มีโบสถ์แห่งแซกโซนีซึ่งเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการออกเงินบูรณะหลังทนการเรียกร้องของชาวเมืองที่ไม่อยากให้โบราณสถานแห่งนี้เป็นเพียงซากปรักหักพัง การกลับมาของฟราวเอนคียเช่นเปรียบเสมือนกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชาวเมืองกลับมามีชีวิตสู้ต่อไป

 

images by free.in.th

 

“ประตูชัยแบรนเดนเบิร์ก” (Brandenburg Gate and Berlin Wall :German) ประตูเมืองที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของกรุงเบอร์ลินและเยอรมนีในช่วงสงครามเย็น สร้างขึ้น ณ จุดชายแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออกตามศิลปะแบบโรมัน ประตูแห่งนี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพของเยอรมนีเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสงบสุขด้วย ขณะที่ “กำแพงเบอร์ลิน” เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่สุดแห่งเสรีภาพ แม้อดีตแห่งการแบ่งแยกจะเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตรในปัจจุบัน แต่กำแพงนี้จะยังเป็นอนุสรณ์ให้กับคนรุ่นหลัง โดยมีไม้กางเขนปักอยู่เพื่อบ่งบอกบริเวณที่ผู้หลบหนีในอดีตถูกยิงเสียชีวิต   สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์อย่าง “หอโทรทัศน์แฟร์นเซทวร์ม” หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่มีโครงสร้างสูงที่สุดในกรุงเบอร์ลินด้วยความสูง 368 เมตร สูงเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรปที่สามารถมองเห็นได้จากทุกจุดในศูนย์กลางของเมือง จึงเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมือง แต่เดิมด้วยความไม่ตั้งใจของนักออกแบบชาวคอมมิวนิสต์ เมื่อแสงแดดตกกระทบจะเกิดเงาพาดเป็นรูปไม้กางเขน แต่ในวันที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปอย่างทุกวันนี้บริเวณฐานที่เคยมีเงาตกกระทบถูกแทนที่ด้วยแสงจ้าของป้ายไฟโฆษณา

 

“โบสถ์ไกเซอร์วิลเฮล์ม” คริสต์สถานนิกายโปรเตสแตนต์ ถูกสร้างขึ้นในปี 1890 ปัจจุบันเป็น ซากโบสถ์ประหลาดไม่มีหลังคาซึ่งเกิดจากความเสียหายในการโจมตีทิ้งระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1943 ชาวเมืองต่างเรียกขานว่า “Hollow Tooth”

โบสถ์ไกเซอร์วิลเฮล์ม เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บาร็อคสมัยพระเจ้าเฟรดเดอร์ริกที่ 2 เคยมีความสูงถึง 113 เมตรวันนี้เหลือเพียง 63 เมตร หลังถูกถล่มทำลายในช่วงสงคราม และได้รับการบูรณะใหม่ระหว่างปี 1959 - 1963 อาคารประกอบด้วยห้องโถงและหอระฆังแยกจากโบสถ์ ส่วนยอดแหลมของตึกที่เสียหายของโบสถ์เก่าได้รับการเก็บรักษาไว้ถึงแม้ว่ามีการสร้างอาคารใหม่แทนที่แล้วก็ตาม ส่วนของชั้นล่างนั้นถูกเปลี่ยนให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานรำลึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2

 

“เจนดาร์เมนมาร์ค สแควร์” ลานกว้างที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17 เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งรวมสถาปัตยกรรมสามรูปแบบ ได้แก่ โบสถ์สไตล์เยอรมนี ฝรั่งเศส และคอนเสิร์ตฮอลล์ ย้อนกลับไปในช่วงปี ค.ศ.1700 พระเจ้าเฟรด-เดอร์ริกที่ 1 ตั้งใจให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของเบอร์ลิน โดยปัจจุบันที่นี่ เป็นที่ตั้งของโรงแรมห้าดาว ร้านอาหารชื่อดัง ขณะที่ลานโล่งนั้นเป็นลานกิจกรรมที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนช่วงเทศกาลตลาดนัดคริสต์มาส ซึ่งจะมีการจัดทำลานสเก็ตน้ำแข็งให้ผู้คนได้มาสนุกสนานกับกีฬาฤดูหนาวยาวไปจนถึงช่วงปีใหม่

 

“เกาะพิพิธภัณฑ์” เกาะกลางแม่น้ำสปรีที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 เป็นศูนย์รวมการจัดแสดงพัฒนาการผลงานมนุษย์ยุคโบราณ โดยมีพิพิธภัณฑ์เก่า เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของเกาะและแห่งแรกในอาณาจักรปรัสเซีย มีพิพิธภัณฑ์โบดเป็นที่รวบรวมประติมากรรมและศิลปกรรมจากยุคไบเซนไทน์ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ส่วนอัลเทอ นาซิโอนาลกาเลรี หรือหอศิลป์แห่งชาติเก่า จัดแสดงศิลปวัตถุกรีกและโรมันที่ทำให้เห็นถึงพัฒนาการของโลกยุคโบราณในเขตเมโสโปเตเมียเมื่อ 6 พันปีที่แล้ว ที่สุดท้ายคือ “พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน” ที่ได้รับการยอมรับว่าสุดยอดที่สุดในโลก โดยมีกำแพงบาบิลอนที่ถูกชุบชีวิตให้กลับมาจากเศษอิฐนับแสนชิ้นที่จมอยู่ใต้กองทรายเป็นเวลากว่า 2 พันปี เป็นหนึ่งในวัตถุโบราณชิ้นเอกที่นักโบราณคดีชาวเยอรมนีขุดค้นพบและนำมาประติดประต่อเพื่อนำประวัติศาสตร์ที่เลือนรางไปให้กลับมาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีศิลปวัตถุโบราณล้ำค่าของโลก อีกมากมาย ทั้งกรีก โรมัน อิสลาม และตะวันออกกลาง

 

Potsdamer Platz

Location: Berlin, Germany

ออกจากกรุงเบอร์ลินไปไม่ไกล หลังกำแพงความแตกแยกมากว่า 40 ปี ณ เมืองพอทสดาม อดีตเยอรมันตะวันออกซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ ย่าน “พอทสดาเมอร์ พลาส” เป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญของกรุงเบอร์ลินตั้งแต่ปี ค.ศ.1920 ปัจจุบันที่นี่คือแหล่งบันเทิงที่เต็มไปด้วยสีสันทั้งร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

 

Sanssouci Palace

Location: Potsdam, Germany

“พระราชวังซองส์ซูซี” อดีตที่พักยามออกล่าสัตว์ของพระเจ้าเฟรดเดอร์ริกที่ 2 ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นปราสาทเพื่อใช้พักผ่อนในช่วงหน้าร้อนแห่งนี้อยู่ไม่ไกล ชื่อของพระราชวังแห่งนี้มีความหมายตามภาษาฝรั่งเศสว่า “ไร้กังวลหรือไกลกังวล” ว่ากันว่าความงดงามของพระราชวังฤดูร้อนสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคที่อยู่บนเนินเขาราวกับปราสาทปลูกอยู่บนไร่องุ่นแห่งนี้ไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์แม้จะมีขนาดเล็กกว่ามาก โดยได้รับการยกย่องให้ เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1990

 

“พระราชวังชาล็อตเทนเบิร์ก” พระราชวังอันสวยงามที่เคยเป็นที่ประทับช่วงฤดูร้อนในสมเด็จพระราชินีโซเฟียชาล็อต แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้ชื่อว่าลีทเซนเบิร์ก เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 1 มาก่อน แต่เมื่อพระราชินีโซเฟียชาล็อตสวรรคตลงจึงได้เปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นการรำลึกถึง นางฟ้าบนยอดปราสาทที่หมุนได้ตามแรงลมนั้น ว่ากันว่าหากหันหน้ามาทางทิศที่ใครยืนอยู่จะโชคดี ปัจจุบันพระราชวงแห่งนี้มีการจัดแสดงดนตรีออร์เคสตราในช่วงอาหารค่ำของแต่ละวันด้วย

 

แม้จะเคยอยู่ในยุคสงครามเย็นแต่ไม่น่าเชื่อว่าเยอรมนีจะมีสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด “บาเบลส์เบิร์ก ฟิล์มปาร์ค” มีอายุครบ 100 ปีในปี 2012 นี้ พื้นที่กว่า 25,000 ตารางเมตรนั้น วันนี้ไม่ได้ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรายการทีวีด้วย นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับสถานที่ถ่ายทำที่เหล่าดารารวมถึงสตั้นท์แมนเคยโลดแล่น รวมทั้งการชมภาพยนตร์ 4 มิติ

 

Kaufhaus des Westens (KaDeWe

Location: Berlin, Germany

ก่อนอำลาจากกรุงเบอร์ลินไม่ควรพลาดการแวะไปเลือกซื้อของฝาก ณ “ห้างสรรพสิน-ค้าคาเดเว” ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คล้ายกับห้างแฮร์รอดส์ของลอนดอน ตั้งอยู่บนถนนคูดามม์อันหรูหรา แหล่งรวมสรรพสินค้าและร้านค้าแบรนเนมมากมาย

ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้ถูกก่อตั้งโดย อดอล์ฟ ยานดอล์ฟ ในปี ค.ศ. 1905 โดยเปิดให้บริการวันแรกในวันที่ 27 มีนาคม 1907 ปัจจุบันมีพื้นที่โดยรวมทั้งหมดมากกว่า 60,000 ตร.ม.

เป็นพระราชวังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ซึ่งนับเป็นพระราชวังในสไตล์บาร็อคที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในแคว้นยุโรป


HomeHome




Template By Gift-TH.Com